หน้าจอคอมพิวเตอร์

Related Articles

หน้าจอคอมพิวเตอร์

หน้าจอคอมพิวเตอร์คืออะไร จอภาพ (Monitor) เป็นอุปกรณ์ที่แสดงผลข้อมูล (Output) ซึ่งมีชื่อเรียกมากมายทั้ง Monitor, CRT (Cathode Ray Tube) สามารถแบ่งได้ออกได้หลายแบบเช่น จอแบบตัวอักษร (Text) กับจอแบบกราฟฟิก (Graphic) โดยจอภาพแบบตัวอักษรจะมีหน่วยวัดจำนวนตัวอักษรต่อบรรทัด เช่น 80 ตัวอักษร 25 บรรทัด ส่วนจอคอมพิวเตอร์แบบกราฟฟิกจะมีหน่วยวัดเป็นจุด (Pixel) เช่น 640 pixel x 480 pixel ลักษณะของจอคอมพิวเตอร์ก็จะเหมือนๆ กับจอโทรทัศน์โดยจะแสดงทั้งข้อความ ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวต่างๆ ปัจจุบันได้มีการพัฒนาจอคอมพิวเตอร์ออกมามากมายโดยเน้นไปที่จำนวนสี ความละเอียด ความคมชัด และการประหยัดพลังงาน
จอคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในปัจจุบันสามารถแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ดังนี้
จอแสดงผลแบบ CRT (Cathode Ray Tube Monitor) เป็นจอแสดงผลที่รับสัญญาณภาพแบบอนาล็อก (Analog) โดยถูกพัฒนามาจากหน้าจอโทรทัศน์สมัยนั้น ผู้ที่ริเริ่มในการสร้างหน้าจอแบบนี้คือบริษัทไอบีเอ็มซึ่งในยุคนั้นหน้าจอแสดงผลจะยังไม่สามารถแสดงภาพกราฟิกต่างๆ ได้เหมือนในปัจจุบัน หลักการทำงานของจอแสดงผลแบบ CRT คือการทำงานโดยใช้หลอดภาพเหมือนกับโทรทัศน์ ยิงลำแสงอิเล็กตรอนไปยังผิวหน้าจอที่มีสารฟอสฟอรัสเมื่อถูกแสงอิเล็กตรอนจึงเกิดการเรืองแสงขึ้นมาทำให้เกิดเป็นภาพและสีตามสัญญาณอนาล็อกที่ได้รับมานั่นเอง ในปัจจุบันหน้าจอแสดงผลแบบ CRT นั้นไม่ได้เป็นที่นิยมแล้วเนื่องจากมีหน้าจอแสดงผลใหม่ๆออกมาทดแทนและให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าแบบเดิม
จอแสดงผลแบบ LCD (Liquid Crystal Display) จอแสดงผลรุ่นที่ 2 ที่ถูกพัฒนามาจากแบบเดิมโดยเริ่มใช้งานกับนาฬิกาและเครื่องคิดเลขก่อน หลักการทำงานคือใช้วัสดุประเภทผลึกเหลว (Liquid Crystal) มาใส่ไว้ในผิวของกระจกใช้หลักการปรับเปลี่ยนโมเลกุลของผลึกเหลวทำให้เกิดสีขึ้น ข้อดีคือประหยัดพลังงานมากกว่าจอแบบ CRT แต่ข้อเสียคือมุมมองการเห็นภาพจะแคบ
จอแสดงผลแบบ LED (Light-emitting-diode) เป็นชื่อที่เรียกกันทั่วไปแต่ชื่อจริงของจอแสดงผลนี้ก็คือ OLED (Organic Light Emitting Devices) หลักการทำงานก็ไม่ยากหรือซับซ้อนเท่าไหร่โดยการนำเอาหลอด LED มาเรียงเป็นแถว ภาพที่เกิดขึ้นจะเกิดจากการติดดับของหลอด LED ทำให้ภาพและสีที่เกิดขึ้นชัดเจนกว่าจอแสดงผลอื่นๆ ซึ่งจอแสดงผลนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อทดแทนและปิดข้อพกพร่องของจอ LCD ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของมุมมองภาพ อัตราการตอบสนองภาพไวกว่าแบบ LCD และยังประหยัดไฟได้ดีกว่าอีกด้วย
ประสิทธิภาพของจอภาพสามารถวัดได้จากหลายปัจจัยดังนี้
ความส่องสว่าง
ขนาดของจอภาพ
อัตราส่วนลักษณะ/อัตราส่วนพิกเซลในแนวนอนและแนวตั้ง
ความละเอียดของจอภาพ
ระดับพิกเซล
อัตรารีเฟรชคือ จำนวนครั้งในหนึ่งวินาทีที่ภาพถูกฉายบนหน้าจอ
เวลาตอบสนอง
อัตราส่วนความแตกต่างส่องสว่างของสีที่สว่างที่สุดและสีที่มือที่สุด
การใช้พลังงาน
มุมในการมอง

ยอดนิยม

AMD Radeon RX 5500 XT เทียบกับ Nvidia GeForce GTX 1660

GeForce GTX 1660 การ์ดจอเกม GeForce เทียบกับ Radeon ทั้งคู่ราคาประมาณ 6,000 – 7,000 บาท AMD Radeon RX 5500 XT เปิดตัวมาเพื่อดึงดูดนักเล่นเกม ตลาดระดับกลาง งบประมาณระดับกลาง ประสิทธิภาพอาจไม่ได้เทียบเท่ากับ Nvidia GeForce GTX...

เลือกแรมอย่างไรให้เหมาะสมกับการใช้งาน

การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ เลือกแรม เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาเป็นข้อมูลเบื้องต้นไปซะแล้ว สำหรับทุกวันนี้เนื่องจากทุกที่ทุกบ้าน ทุกบริษัท ทุกองค์กรต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการทำงานกันทั้งนั้น ดังนั้นหากเพื่อนๆต้องการที่จะซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์สักหนึ่งเครื่องก็จะต้องมีความรู้เบื้องต้นในการซื้อคอมพิวเตอร์ เพื่อประกอบการตัดสินใจและซื้อให้เหมาะสมกับการใช้งานหลักของเพื่อนๆเอง ว่าจะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการทำอะไรบ้าง เช่น ทำงานเอกสาร ตกแต่งรูปภาพกราฟฟิค ตกแต่งรูปถ่าย ใช้ในการดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกม ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนมีผลในการตัดสินใจในการเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องโปรดของเพื่อนๆเช่นกัน และส่วนประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เพื่อนๆจะต้องดู ที่เราจะมาแนะนำให้รู้จักวิธีการเลือกในวันนี้คือ แรม เราจะเลือกซื้อแรมอย่างไรให้เหมาะสมกับการใช้งาน มาตามไปดูข้อมูลกันเลยค่ะ แรมคืออะไร? RAM คือ หน่วยความจำอย่างหนึ่งของเครื่องคอมพิวเตอร์...

3 เรื่องห้ามมองข้าม เลือกเมาส์ปากกา

3 เรื่องห้ามมองข้าม เลือกเมาส์ปากกา ก่อนหน้านี้จากที่เคยพูดถึงเรื่องของการเลือก เมาส์ปากกา แบบง่ายๆ และนั่นก็เป็นคำแนะนำอย่างนึงสำหรับนักร้องใหม่หรือคนที่อยากจะเริ่มต้นการวาดรูป ได้อย่างที่เห็นว่าจริงๆแล้วไม่ได้ยินแค่นั้นพี่สามารถจะใช้เพื่อการเลือกให้ได้แบบที่มีคุณภาพจริงๆ หลายคนคงรู้ดีว่าบางครั้งที่เราเลือกของเต็นท์เรื่องของการใช้งาน หรือเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับตัวเองในการใช้งานเป็นหลักนั้น คงจะทราบกันดีว่าการมองเห็นแค่ภายนอกอย่างเดียวก็คงจะยังไม่พอยังมีรายละเอียดอีกมากเลยทีเดียวที่จำเป็นจะต้องมองให้ออกถ้าคิดจะเลือกใช้จริงๆ รวมถึงการเตรียมพร้อมตัวเองให้สามารถที่จะซื้อเอามาใช้ได้ 1.ดูจากความจริงจัง เรื่องดูจะเป็นเหมือนเรื่องพูดได้ง่ายๆสำหรับคนที่จริงจังหรือไม่จริงจังกับการใช้งานนั้น ก็คงจะบอกกันได้เลยว่าถ้าหากเป็นคนที่ยังไม่ได้จริงจังอะไรเท่าไหร่ แค่อยากจะลองดูว่าตัวเองเหมาะกับด้านนี้หรือไม่หรืออยากจะแค่ลองฝึกฝนฝีมือแบบเบื้องต้นดูก่อน สิ่งที่อยากจะแนะนำให้ซื้อเป็นแบบมือสองหรืออยู่ในราคาที่ถูกแต่ฟังชั่นครบ เพราะถ้ารู้สึกว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ทำแบบนี้แล้วไม่ใช่ทางของตัวเองก็สามารถที่จะเปลี่ยนได้ แต่อย่างในกรณีของคนที่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองจะจริงจังหรือมีความสนใจในด้านนี้อย่างมากเพื่อที่จะเอาไปพัฒนาต่อ การลงทุนกับอุปกรณ์ตั้งแต่ต้นเพื่อที่จะให้ตัวเองนั้นสามารถฝึกฝนและพัฒนาได้ไกลออกไปอีกนั้นก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า 2.แบรนด์ต้องรู้จัก อย่าคิดว่าจะสามารถซื้อแบรนด์อะไรมาใช้ก็ได้ เพราะถ้ามองกันจริงๆแล้วไม่ใช่แค่การซื้ออุปกรณ์แบบธรรมดา เนื่องจากในความเป็นจริงจะต้องใส่ใจถึงคุณภาพของวัสดุที่ถูกนำเอามาใช้หรือระบบปฏิบัติการต่างๆที่มีคุณภาพมากพอที่จะทำให้การใช้งานนั้นมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สามารถไว้ใจได้คือการเลือกซื้อจากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงพอสมควรในด้านนี้...